สแตนต์แบบขยายตัวเองทำจากนิทิโนล
สแตนต์แบบขยายตัวเองจากนิกเกิล-ไทเทเนียม (nitinol) ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในเทคโนโลยีการแพทย์แบบรุกรานน้อย (minimally invasive medical technology) โครงสร้างของสแตนต์ชนิดนี้ทำจากโลหะผสมนิกเกิล-ไทเทเนียม (nitinol) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษสองประการ ได้แก่ ความยืดหยุ่นสูงพิเศษ (superelasticity) และความสามารถในการจำรูปร่าง (shape memory) จึงสามารถให้การรองรับที่เชื่อถือได้และยั่งยืนในระยะยาวภายในหลอดเลือดหรือท่อน้ำทางที่แคบลงหรืออุดตันทั่วร่างกาย ต่างจากสแตนต์แบบใช้บอลลูนขยาย (balloon-expandable stents) แบบดั้งเดิม สแตนต์แบบขยายตัวเองจากนิกเกิล-ไทเทเนียมไม่จำเป็นต้องอาศัยแรงกลไกภายนอกเพื่อให้ขยายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางที่กำหนดไว้สำหรับการใช้งานจริง แต่จะตอบสนองต่ออุณหภูมิของร่างกาย โดยจะขยายตัวโดยอัตโนมัติสู่รูปร่างที่ถูกโปรแกรมไว้ล่วงหน้าทันทีที่ปล่อยออกจากคาโทเดอร์นำส่ง (delivery catheter) กลไกการกระตุ้นด้วยความร้อนนี้ทำให้กระบวนการวางสแตนต์เป็นไปอย่างราบรื่น ควบคุมได้ดีขึ้น และก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยลงอย่างมาก จากมุมมองด้านเทคโนโลยี สแตนต์แบบขยายตัวเองจากนิกเกิล-ไทเทเนียมถูกออกแบบด้วยลวดลายที่ตัดด้วยเลเซอร์ความแม่นยำสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแรงรัศมี (radial force) ความยืดหยุ่น และคุณสมบัติการหดสั้นตามแนวแกน (foreshortening) ทั้งนี้ การออกแบบแบบเซลล์เปิด (open-cell) และแบบเซลล์ปิด (closed-cell) ช่วยให้แพทย์ผู้ปฏิบัติสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมที่สุดตามตำแหน่งกายวิภาคเฉพาะและข้อบ่งชี้ทางคลินิกที่แตกต่างกัน กระบวนการบำบัดผิว เช่น การขัดผิวด้วยไฟฟ้า (electropolishing) ช่วยเพิ่มความเข้ากันได้กับร่างกาย (biocompatibility) และลดความเสี่ยงของการกัดกร่อน ขณะที่บางรุ่นยังมีสารเคลือบปล่อยยา (drug-eluting coatings) เพื่อลดอัตราการกลับมาตีบตันซ้ำ (restenosis) ให้น้อยลงอีก โครงสร้างของสแตนต์ที่ผลิตด้วยวิธีถัก (braided) หรือตัดด้วยเลเซอร์ (laser-cut) ให้การรองรับที่สม่ำเสมอ พร้อมปรับตัวเข้ากับความโค้งของหลอดเลือดได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงลดความเครียดเชิงกล (mechanical stress) ที่ขอบสแตนต์ลง ด้านการใช้งานทางคลินิก สแตนต์แบบขยายตัวเองจากนิกเกิล-ไทเทเนียมมีการประยุกต์ใช้กว้างขวางในหลายสาขาวิชาการแพทย์ ทั้งในเวชศาสตร์โรคหัวใจรุกราน (interventional cardiology) และศัลยศาสตร์หลอดเลือด (vascular surgery) เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (peripheral artery disease) ภาวะตีบของหลอดเลือดแดงคอ (carotid artery stenosis) และภาวะอุดตันของหลอดเลือดแดงอิเลียค (iliac artery occlusions) ในเวชศาสตร์ระบบทางเดินอาหาร (gastroenterology) ใช้รักษาภาวะตีบของหลอดอาหาร (esophageal strictures) ท่อน้ำดี (biliary strictures) และลำไส้ใหญ่ (colonic strictures) แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ (pulmonologists) ใช้สแตนต์นี้ในการจัดการภาวะอุดตันของหลอดลม-หลอดลมฝอย (tracheobronchial obstructions) ขณะที่แพทย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะ (urologists) ใช้รักษาภาวะตีบของท่อไต (ureteral strictures) และท่อปัสสาวะ (urethral strictures) ความหลากหลายในการใช้งาน ประกอบกับความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วและอัตราการคงความโปร่งของหลอดเลือดในระยะยาว (long-term patency rates) ทำให้สแตนต์แบบขยายตัวเองจากนิกเกิล-ไทเทเนียมกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้เชี่ยวชาญด้านการรุกราน (interventional specialists) ทั่วโลก งานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องมุ่งเน้นการปรับปรุงองค์ประกอบของโลหะผสม สารเคลือบผิว และเรขาคณิตของโครงสร้าง เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ยังคงอยู่แถวหน้าของแนวทางการรักษาผ่านหลอดเลือด (endovascular therapy) และการรักษาผ่านโพรงอวัยวะ (endoluminal therapy)