โลหะที่จำรูปร่างได้
โลหะที่จำรูปร่างได้ หรือที่เรียกว่าโลหะผสมที่จำรูปร่างได้ (SMA) เป็นวัสดุอัจฉริยะชนิดหนึ่งที่น่าทึ่ง ซึ่งสามารถคืนรูปร่างเดิมที่เคยกำหนดไว้ล่วงหน้าได้เมื่อสัมผัสกับสิ่งเร้าเฉพาะ เช่น ความร้อน โดยความสามารถพิเศษนี้ทำให้โลหะที่จำรูปร่างได้แตกต่างจากโลหะและโลหะผสมทั่วไปอย่างชัดเจน จึงจัดเป็นวัสดุวิศวกรรมที่น่าสนใจและมีความหลากหลายมากที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบัน ที่แก่นแท้ของโลหะที่จำรูปร่างได้นั้น เกิดการเปลี่ยนเฟสแบบย้อนกลับได้ระหว่างโครงสร้างผลึกสองรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ เฟสออกส์เทนไนต์ (austenite) ที่เกิดที่อุณหภูมิสูง และเฟสมาร์เทนไซต์ (martensite) ที่เกิดที่อุณหภูมิต่ำ เมื่อวัสดุถูกดัดแปลงรูปร่างขณะอยู่ในสถานะมาร์เทนไซต์ แล้วจึงให้ความร้อนจนอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนเฟส มันจะกลับคืนสู่โครงสร้างออกส์เทนไนต์เดิมอย่างแม่นยำ ทำให้คืนรูปร่างที่ถูกโปรแกรมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง โลหะที่จำรูปร่างได้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดคือโลหะผสมนิกเกิล-ไทเทเนียม ซึ่งมักเรียกกันว่าไนติโนล (Nitinol) แม้กระนั้น โลหะผสมที่จำรูปร่างได้จากทองแดงและเหล็กก็มีอยู่เช่นกัน และถูกนำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างหลากหลาย อุณหภูมิการเปลี่ยนเฟสของโลหะที่จำรูปร่างได้สามารถออกแบบให้แม่นยำได้ในระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้วิศวกรสามารถปรับแต่งพฤติกรรมของวัสดุให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้งานเฉพาะ เช่น สภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิสูงเกิน 100 องศาเซลเซียส นอกจากการคืนรูปร่างตามปกติแล้ว โลหะที่จำรูปร่างได้ยังแสดงสมบัติซูเปอร์อีลาสติก (superelasticity) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเกิดการเปลี่ยนรูปแบบยืดหยุ่นขนาดใหญ่แล้วคืนรูปเดิมได้ทันทีหลังจากปล่อยแรงโดยไม่ต้องอาศัยพลังงานความร้อนแต่อย่างใด คุณสมบัติสองประการนี้ร่วมกันทำให้โลหะที่จำรูปร่างได้มีคุณค่าอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย ด้านการแพทย์ โลหะที่จำรูปร่างได้ถูกใช้ในสต๊อปเปอร์ (stents), ลวดจัดฟัน, เครื่องมือผ่าตัด และหมุดยึดกระดูก ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศรวมทั้งวิศวกรรมยานยนต์ ใช้เป็นแอคทูเอเตอร์ (actuators), ตัวลดการสั่นสะเทือน (vibration dampers) และโครงสร้างแบบปรับตัวได้ (adaptive structures) ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค หุ่นยนต์ และวิศวกรรมโยธา ก็ได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติอันโดดเด่นของโลหะที่จำรูปร่างได้เช่นกัน ด้วยการรวมกันของคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความเข้ากันได้ทางชีวภาพ ความต้านทานการกัดกร่อน ความแข็งแรงต่อการเหนื่อยล้าสูง และพฤติกรรมเชิงกลที่สามารถโปรแกรมได้ โลหะที่จำรูปร่างได้จึงถือเป็นวัสดุหลักสำหรับระบบและอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นต่อไป